การบริการของ ANAV คือการให้คำปรึกษาและการฝึกอบรม ในด้านต่าง ๆ ดังนี้

       ระบบบริหารคุณภาพ เช่น ISO 9001, ISO/TS 16949 และ AS 9100
       ระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ISO 14001
       ระบบการจัดการด้านอาชีวอนามัย และความปลอดภัย เช่น OHSAS 18001
       ระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมในการผลิตอาหาร
          เช่น HACCP และ GMP
       ระบบงานวิศวกรรม เช่น การออกแบบกระบวนการ
       ระบบงานการเพิ่มผลผลิต เช่น 5ส, QCC, QC Tools และ TQM
       ระบบการบริหารการศึกษา เช่น การเชื่อมโยงมาตรฐานการศึกษากับระบบบริหาร
          คุณภาพ ISO 9001
       การฝึกอบรมด้านทรัพยากรบุคคลและการฝึกอบรมอื่นๆ


ลูกค้าได้รับประโยชน์จากการใช้บริการ ดังนี้

       เพิ่มการควบคุมระบบการจัดการและการวางแผนงาน
       เพิ่มประสิทธิภาพและลดของเสียในการผลิต
       พัฒนาการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
       สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า
       เพิ่มผลผลิต
       เพิ่มข้อได้เปรียบและส่วนแบ่งทางการตลาด
       ลดการตรวจสอบจากลูกค้า
       สร้างขวัญ กำลังใจและระเบียบวินัยของพนักงาน
       ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลตามที่ลูกค้าต้องการ


การให้คำปรึกษาตามโครงการ

        จุดเด่นในการบริการให้คำปรึกษาของ ANAV คือ การยึด "ลูกค้าเป็นหลักสำคัญ  (Client center)"  นั่นก็คือ มีการออกแบบระบบเฉพาะที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละราย ซึ่งแนวคิดและวิธีการดังกล่าวทำให้เราได้รับการรับรอง ISO 9001:2000 ในขอบข่าย "การออกแบบการให้คำปรึกษาและการฝึกอบรม"

        ANAV ให้บริการการฝึกอบรมหลายหลักสูตร ทั้งในด้านการตีความ การออกแบบ การนำไปปฏิบัติและการตรวจประเมินระบบบริหารคุณภาพตามมาตรฐานต่าง ๆ ทั้งแห่งชาติและนานาชาติ ซึ่งครอบคลุมถึง ISO 9001, ISO 14001, OHSAS 18001, ISO/TS 16949, GMP และ HACCP เป็นต้น

        นอกจากนี้เรายังยินดีที่จะออกแบบหลักสูตร และจัดการอบรมต่าง ๆ ทางด้านระบบงานวิศวกรรม ระบบงานการเพิ่มผลผลิต และด้านการพัฒนาบุคคลากรเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการและความคาดหวังของลูกค้าแต่ละราย

ขั้นตอนการจัดทำระบบมาตรฐานต่าง (Project Outline)

        การให้คำปรึกษาโครงการจัดทำระบบบริหารตามมาตรฐานต่าง ๆ ของแต่ละองค์กรใช้เวลาแตกต่างกันตามลักษณะ และขนาดขององค์กร โดยขั้นตอนในการดำเนินการของโครงการให้คำปรึกษาจนได้รับการรับรอง มี 11 ขั้นตอน ดังนี้

1. การตรวจประเมินเบื้องต้น (Initial Audit)
        เป็นการตรวจประเมินระบบบริหารในปัจจุบันขององค์กร เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับข้อกำหนดของระบบมาตรฐานที่องค์กรเลือก ( เช่น ISO 9001, ISO/TS 16949, ISO 14001 เป็นต้น ) ผลของการตรวจประเมินเบื้องต้น ใช้เป็นข้อมูลในการออกแบบระบบให้สอดคล้องกับธรรมชาติขององค์กรและบุคลากรภายในองค์กร

2. การอบรมข้อกำหนดตามมาตรฐาน (Awareness Course)
        เป็นการอบรมตัวแทนจากทุกฝ่ายขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับระบบมาตรฐาน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเจตนาของมาตรฐาน โดยในการอบรมจะยกตัวอย่างจากข้อมูลภายในองค์กรจากผลของการ Initial Audit เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจได้ง่ายขึ้น

3. การอบรมการจัดทำเอกสารการปฏิบัติงาน (Document development training)
        เป็นการอบรมการจัดทำเอกสารการปฏิบัติงาน เพื่อให้ทีมงานเข้าใจ และนำไปเป็นแนวทางในการจัดทำเอกสารการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของมาตรฐาน ในขั้นตอนนี้ วิทยากร/ที่ปรึกษาใช้รากฐานระบบเอกสารเดิมขององค์กรเท่าที่มี ( เช่น ฟอร์มต่าง ๆ ) เป็นแนวทางในการพัฒนาสู่เอกสารการปฏิบัติงานในระดับต่อไป เพื่อให้ทีมงานเข้าใจได้
ง่ายขึ้น

4. ออกแบบโครงสร้างระบบบริหาร (System design)
        เป็นการออกแบบโครงสร้างของระบบ ฯ โดยใช้ความเชี่ยวชาญของที่ปรึกษา นำข้อมูลจาก Initial Audit และข้อมูลอื่นมาเป็น Input ในการออกแบบ โดยให้สอดคล้องกับข้อกำหนด และเหมาะสมกับธรรมชาติขององค์กรและบุคลากรภายใน ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก และเป็นจุดเด่นของการให้บริการของบริษัท ที่ได้รับการรับรองด้านการออกแบบตามมาตรฐานนานาชาติ ซึ่งเป็นการยืนยันให้ลูกค้ามั่นใจได้มากยิ่งขึ้นในการบริการ

5. จัดทำเอกสารการดำเนินงานในระบบ (Document development)
       มาตรฐานมักจะเน้นที่ระบบเอกสารที่สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริง ดังนั้นผู้ที่เหมาะสมในการจัดทำเอกสารของระบบมาตรฐานที่สุดคือผู้ที่ใกล้ชิดกับงานมากที่สุด เอกสารระบบมาตรฐานควรง่ายต่อการเข้าใจของผู้ปฏิบัติงานในองค์กร โดยจัดทำตาม Procedure ของแต่ละสายงานและให้ครอบคลุมทุกข้อกำหนดของมาตรฐานด้วย

6. อบรมพนักงานทุกคนที่เกี่ยวข้องกับระบบมาตรฐาน (Staff training)
        ทุกคนในองค์กรจะต้องทราบว่า นโยบายและระบบบริหารเกี่ยวข้องกับงานของตนอย่างไร เนื่องจากทุกคนต้องมีส่วนร่วม ดังนั้นจึงต้องมีการสื่อสารกันในองค์กร (Internal Communication) เพื่อให้ทุกคนเข้าใจแนวทางการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับนโยบายโดยให้ความรู้แก่บุคคลากรทุกระดับ ทุกฝ่าย

7. เลือกองค์กรผู้ให้การรับรอง (Select of Certification Body)
        ขั้นตอนนี้อาจเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดขั้นตอนหนึ่งในการได้รับการรับรอง การเลือกองค์กรผู้ให้ใบรับรองนั้นต้องพิจารณาข้อมูลต่าง ๆ ประกอบด้วย เช่น ลูกค้ายอมรับหรือไม่ ความเชี่ยวชาญของผู้ให้การรับรองกับสาขาธุรกิจขององค์กร เป็นต้น

8. อบรมคณะผู้ตรวจประเมินภายใน (Internal audit training)
        ระบบมาตรฐานจะต้องได้รับการตรวจประเมินอย่างสม่ำเสมอโดยคณะผู้ตรวจประเมินภายใน ซึ่งเป็นการตรวจประเมินว่าระบบในองค์กรมีประสิทธิภาพเพียงใด นอกจากนี้การฝึกอบรมและพัฒนาคณะผู้ตรวจประเมินภายใน ตลอดจนประสบการณ์ที่คณะได้รับระหว่างการตรวจยังเป็นการเพิ่มบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในเรื่องมาตรฐานเพิ่มขึ้นอีกด้วย

9. การปฏิบัติและแก้ไขสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด (Implementation)
        องค์กรจะต้องมีวิธีการแก้ไขสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด (Non-Conformance) และต้องมีระเบียบปฏิบัติงานว่าด้วยการป้องกันการเกิดซ้ำของปัญหา โดยจัดให้มีการตรวจติดตามภายใน (Internal Audit) ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อค้นหาสาเหตุของปัญหา และประเมินว่าปัญหาต่าง ๆที่ค้นพบได้รับการแก้ไขโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบ

10. การตรวจประเมินก่อนการตรวจจริง (Pre-assessment)
        โดยทั่วไปก่อนการตรวจประเมินเพื่อออกใบรับรอง (Main Assessment) มักจะมีการตรวจประเมินก่อนยื่นขอใบรับรอง(Pre-Assessment) ซึ่งการตรวจประเมินครั้งนี้จะทำให้บุคคลากรที่เกี่ยวข้องได้ทำความคุ้นเคยกับลักษณะการตรวจของผู้ตรวจประเมิน ข้อแนะนำหลังการมี Pre-Assessment แล้วคือควรมีการตรวจติดตามภายในอีกครั้งหนึ่งเพื่อแก้ไข
จุดบกพร่องที่พบในการ Pre-Assessment

11. การขอการรับรอง (Certification)
        ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการดำเนินการเพื่อให้ได้รับการรับรอง แต่แท้ที่จริงแล้วการตรวจประเมินครั้งนี้ หากผ่านการรับรองเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการดำเนินงานขององค์กรเพราะทุกระบบยังคงต้องดำเนินการและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องต่อไป

 


Menu
::
Home
::

About us

::
Why Anav ?
::
Our Services
::
Our Clients
::
FAQ
::
Links
::
Contact us
 
 
บริษัท แอดวานซ์ นาฟ จำกัด
144/96 ถนนเสรีไทย แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทร. 0-2377-4410-1 แฟ็กซ์. 0-2377-0324

  DESIGN BY